ด้านการจักสาน : นางสรวง สุวรรณ
นางสรวง สุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2491 ได้มีแนวความคิดสืบทอดภูมิปัญญา การเรียนรู้จากพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่นำไม้ไผ่มาจักสานเพื่อประดิษฐ์ของใช้ที่จำเป็นไว้ใช้ในครัวเรือน และเครื่องมือจับปลาต่างๆ และได้ทำมาตลอด รวมทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ในการจักสาน จนปัจจุบันเกิดความชำนาญและทำขายให้แก่เพื่อนบ้านเพื่อหารายได้ลดรายจ่ายให้ครอบครัว อ่านต่อ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น : ฟ้าทะลายโจร
ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชสมุนไพร รสขม มีการใช้กันมานานแล้ว ซึ่งมีสรรพคุณบรรเทาอาการของโรคหวัด เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีนักวิจัยสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุนไพรฟ้าทะลายโจร โดยพบว่าสารสำคัญที่ชื่อว่า “แอนโดรกราโฟไลด์” (andrographolide) มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส จากผลการวิจัยดังกล่าวทำให้มีประชาชนจำนวนมากสนใจที่จะซื้อยาฟ้าทะลายโจร นำมารับประทานเพื่อบรรเทาอาการโรค โควิด-19 อ่านต่อ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น : อัญชัน
อัญชัน หลายคนมักจะคุ้นหน้าคุ้นตา กับ “ดอกอัญชัน” สีม่วงหรือสีน้ำเงินเข้ม ทว่าในความเป็นจริงแล้วดอกอัญชัน มีหลายสี เช่น สีม่วง สีน้ำเงินเข้ม สีขาว และขาวแบบมีลวดลาย ชื่อวิทยาศาสตร์ของดอกอัญชันคือ Clitoria ternatea L. วงศ์ Fabaceae ชื่ออื่น แดงชัน เอื้องชัน อัญชันเป็นไม้เถาล้มลุก เลื้อยพัน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ มีสีน้ำเงินแก่ ชมพูหรือขาว ผลเป็นฝัก แบนยาว ส่วนการขยายพันธุ์ที่นิยมคือการเพาะเมล็ด อัญชันดอกสีขาว แก้พิษ ทั้งพิษงู พิษสุนัขบ้า ถึงขนาดมีความเชื่อว่า เอารากผูกแขนไว้กันงูเวลาเข้าป่า และใช้รากฝนกินแก้พิษต่างๆ อ่านต่อ
"นาทองคำ" เกษตรทฤษฎีใหม่
นายอาทิตย์ หนูกล้วย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถด้านการทำเกษตรธรรมชาติ ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการและแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีการแบ่งพื้นที่สำหรับการจัดการน้ำ การปลูกข้าวนาโยน การปลูกพืชผักผสมผสาน ไม้ผล ไม้ยืนต้นพืชสมุนไพร การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู ถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างดี มีการสืบสานและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ โดยการรวมกลุ่มต่างๆ อ่านต่อ
ปราชญ์ชาวบ้าน นายประทวน เกตุแก้ว
นายประทวน เกตุแก้ว เคยเป็นผู้ทำการเกษตรแบบธรรมชาติ โดยเพาะปลูกพืชผักตามฤดูกาล และหันมาปรับเปลี่ยนเป็นการเพาะปลูกแบบเกษตรเชิงเดี่ยว ตามคำเชิญชวนของบริษัทเอกชน ปลูกไผ่เลี้ยง ซึ่งสร้างรายได้ดีในช่วงแรกแต่สุดท้ายเกิดมีหนี้สิน เนื่องจากกิจกรรมทางการเกษตรแต่ละอย่างมีต้นทุนที่สูง ประกอบกับในกระบวนการผลิตยังมีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมากและมีคุณภาพ ส่งผลให้มีสุขภาพไม่ดี จึงหันกลับมายึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยทำการเกษตรแบบอินทรีย์ มีการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนเพื่อวิเคราะห์ตนเอง จนสามารถปลดหนี้สินได้สำเร็จ และดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นระยะเวลา 15 ปี อ่านต่อ
ผ้าฝ้ายหมักโคลน
“ผ้าฝ้ายหมักโคลนบ้านโนนศิลา” ตั้งอยู่ที่ บ้านโนนศิลา หมู่ 1 ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ การทอผ้าของชาวโนนศิลา มีมาตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นการสืบทอดภูมิปัญญา ในการถักทอเครื่องนุ่งห่มเพื่อใช้ในครัวเรือน ใช้ช่วงเวลาว่างหลังฤดูทำนา ทำสวน รวมตัวกันตั้งกลุ่มทอผ้าหมักโคลนขึ้นมา โดยทุกขั้นตอนการทอจะทำด้วยมือทั้งหมด
จากเส้นฝ้าย ไหมย้อย พร้อมกี่หูก
นำมาผูก เส้นพุ่งยืน เป็นผืนผ้า
ก่อกำเนิดผ้าหมักโคลนโนนศิลา
สวยงามตาเอกลักษณ์ไทยน่าชื่นชม






