วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้านอาฮง อ. เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 21 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง แอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวที่มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ ด้วยเหตุที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาวประกอบกับมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาที่วัดอาฮง และแก่งอาฮง อย่างไม่ขาดสาย อ่านต่อ
แก่งอาฮอง
แก่งอาฮองเป็นแก่งที่เกิดจากธรรมชาติ เป็นแก่งหินกลางลำโขง และจะสามารถมองเห็นแก่งหินได้ชัดในช่วงเดือน มีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี กลุ่มหินที่มองเห็นในแก่งอาฮอง ชาวบ้านจะเรียกตามลักษณะของหิน เช่นหินลิ้น หินปลาแข้ ฯลฯ แก่งอาฮอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของตำบลนากั้ง เพราะเดือนเมษายนของทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาชม และเล่นน้ำกันโดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบ ยังอาศัยทำการประมงด้วย อ่านต่อ
วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน)
วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน ตั้งอยู่ หมู่ 1 บ้านโนนศิลา ต.โนนศิลา อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2425 โดยท้าวขุนไกร ซึ่งอพยพมาจากฝั่งลาวมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำโขง ใกล้บ้าน ห้วยคาด ภายหลังจึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านปากคาด" อ่านต่อ
วัดเซกาเจติยาราม (พระอารามหลวง)
วัดเซกาเจติยาราม เดิมทีแล้วไม่ใช่ชื่อนี้ แต่ชื่อเดิมก็คือ วัดบ้านเซกา ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อวัดเมื่อปี 2552 จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังคงใช้ชื่อนี้ก็คือ “วัดเซกาเจติยาราม” มาโดยตลอด มีการเริ่มสร้างวัดตั้งแต่ปี 2518 และเมื่อปี 2525 ก็มีการก่อตั้งวัดขึ้นมาโดยพระครูสันติปัญญาภรณ์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ วัดเซกาเจติยาราม เป็นพระอารามหลวงแล้ว เป็นวัดประจำจังหวัดบึงกาฬที่ใครๆต่างก็รู้จักและเดินทางมาที่นี่บริเวณทั้งหมด เนื้อที่ของหวัดทั้งหมดมีประมาณ 83 ไร่ ซึ่งกว้างขวางมากพอที่จะทำพิธีกรรมต่างๆที่สำคัญทางศาสนาในวันสำคัญ อ่านต่อ
หินสามวาฬ
ภูทอก
ภูทอก เป็นที่ตั้งของ วัดเจติยาศรีวิหาร หรือ วัดภูทอก ตั้งอยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จังหวัดบึงกาฬ โดยมี พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งคำว่า ภูทอก ในภาษาอีสานนั้น แปลว่า ภูเขาโดดเดี่ยว ที่นี่จะมีภูเขาอยู่ 2 ลูก ด้วยกัน คือ ภูทอกใหญ่ และ ภูทอกน้อย ส่วนที่สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่จะอยู่ห่างออกไป และยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม อ่านต่อ
อ่างเก็บน้ำบ้านนาต้อง
อ่างเก็บน้ำบ้านนาต้อง ตั้งอยู่บ้านนาต้อง ตำบลชัยพร อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ หนึ่งในโครงการพระราชดำริในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เป็นการพัฒนาด้านแหล่งน้ำเพื่อให้ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภคและคลอบคลุมพื้นที่ทางการเกษตร ห่างจากวัดเจติยาคีรีวิหารหริอวัดภูทอก ประมาณ 3 กิโลเมตร อ่านต่อ
ประวัติความเป็นมาสถูปเจ้าแม่แคนเฮือ
ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีต้นไม้แคนขนาดใหญ่เป็นรู้จักแก่คนในตำบลดอนหญ้านาง และตำบลใกล้เคียง เมื่อกลางพรรษา ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ประมาณเดือนกันยายน ต้นๆ เดือน ต้นแคนเฮือหรือไม้ตะเคียนหิน ไม้คู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านดอนหญ้านางเป็นไม้ขนาดใหญ่วัดโดยรอบโคนต้นได้เส้นรอบวงยาว ๔ เมตรเศษ และมีความสูงจากโคนถึงยอดยาวประมาณ ๓๐ เมตรเศษ สันนิฐานว่าเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติแต่ในปีใด ไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอนว่าเกิดขึ้นในปีใด อ่านต่อ
ภูสิงห์ หินสามวาฬ
ภูสิงห์ เป็นภูเขาหินทรายอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบ กะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงดิบสีชมพู มีเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ โดยครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีวิไล กับอำเภอเมืองบึงกาฬ ซึ่งภูเขาหินทรายบนภูสิงห์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของเปลือกโลกในลักษณะต่างๆ ทำให้มีการเรียงตังของก้อนหิน เกิดหน้าผา และถ้ำ เกิดกลุ่มหินรูปทรงต่างๆ บนลานหินกระจายทั่ว ภูสิงห์ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมพระอาทิตย์ตกได้ อ่านต่อ
ถ้ำนาคา
ถ้ำนาคา ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา บริเวณวัดถ้ำชัยมงคล ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่เกิดจากพื้นผิวของหินเกิดการกัดกร่อนไปตามปรากฏการณ์ซันแครก (Sun Crack) ทำให้มีลวดลายคล้ายเกล็ดปลาหรือเกล็ดงู ประกอบกับการโค้งตัวของหินทำให้รูปร่างโดยรวมคล้ายกับการขดตัวของงูใหญ่หรือพญานาค (ตามความเชื่อ) โดยในแต่ละฤดูกาลจะให้ภาพและบรรยากาศแตกต่างกันไป ฤดูฝนจะเกิดมอสส์ เฟิร์น และพืชพรรณต่าง ๆ เกาะตามผิวหินทำให้ดูมีชีวิตชีวา ฤดูร้อนจะเห็นผิวหินชัดเจน และระหว่างทางจะเต็มไปด้วยบรรดาพืชพรรณดอกไม้ อ่านต่อ










